Monday, December 11, 2017
 
 
 
Home About Us Thai Trademark Our Clients Knowledges News/Events Contact Us

อาจฟังดูเหมือนเป็นเรื่องที่แทบเป็นไปไม่ได้สำหรับการเริ่มต้นธุรกิจภายใน 10 วัน เพราะในการทำธุรกิจมีหลายสิ่งหลายอย่างที่จะต้องลงมือทำและให้ความสำคัญอย่างรอบคอบอีกมากมายที่ถึงแม้ว่าจะให้เวลาถึง 1 เดือนก็ยังน้อยเกินไปด้วยซ้ำ แต่ทาง Incquity ก็อยากจะให้ 10 วันในบทความนี้เปรียบเสมือนแบบแผนการทำธุรกิจคร่าวๆ ที่จริงๆ แล้วอาจจะใช้เวลามากกว่านั้นในบางขั้นตอนก็ได้ เพื่อเป็นการกำหนดกรอบขั้นตอนให้กับธุรกิจตัวเองสามารถเดินหน้าไปในระยะเวลาอันสั้น เพราะที่อเมริกาก็มีคนที่เคยทำตามแนวคิดนี้และประสบความสำเร็จกันมาแล้ว ทั้งบริษัท Integra Staffing & Search and Bankston Partners ซึ่งเป็นบริษัทจัดหางานและให้บริการเป็นที่ปรึกษาให้กับบริษัทต่างๆ กว่า 500 บริษัท (http://integrastaffing.com/company_aboutus.html) และบริษัท Altitude Digital ที่ให้บริการเกี่ยวกับวิดีโอโฆษณาออนไลน์ชั้นนำ (http://www.altitudedigital.com/) ที่เป็นทั้งคู่นั้นเป็นตัวอย่างชั้นดีของบริษัทที่ออกตัวเร็ว และไปถึงเป้าหมายในระยะเวลาอันสั้น ลองมาดูกันเลยดีกว่าว่าใน 10 วันนี้เราจะทำอะไรกันได้บ้าง

 

วันที่ 1 – เขียนแผนธุรกิจ

หลังจากที่เราได้ไอเดียต่างๆ ในการทำธุรกิจอยู่ในหัวกันแล้ว วันแรกที่เราจะเริ่มทำกันก็คือการถ่ายทอดไอเดียต่างๆ ที่มีอยู่ทั้งหมดแปลงออกมาให้เป็นแผนธุรกิจที่สามารถจับต้องได้จริงๆ ซึ่งหากไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงทาง Incquity ก็ขอแนะนำตัวช่วยที่มีชื่อว่า Business Model Canvas (http://incquity.com/articles/office-operation/business-model-canvas-intr...) ที่จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เราเขียนแผนธุรกิจออกมาได้ง่ายและชัดเจนขึ้น แผนภาพใน Business Model Canvas นี้จะทำให้เรารู้จุดแข็ง จุดอ่อน วิธีเอาตัวรอดในการทำธุรกิจ และยังช่วยให้เราเข้าใจภาพรวมของธุรกิจตั้งแต่วันแรกที่คิดจะลงมือทำว่าจะไปรอดได้ขนาดไหน ไอเดียที่ผ่านมาจะใช้ได้ไหมผ่านทางแผนธุรกิจที่ว่านี้ เพื่อที่จะได้ตัดสินใจต่อไปว่าจะเริ่มเดินหน้าต่อหรือจะถอยกลับไปตั้งหลักหาไอเดียใหม่ๆ แทน (ซึ่งรายละเอียดและวิธีการใช้ก็สามารถศึกษาเพิ่มเติมกันได้ที่นี่เลย http://incquity.com/articles/business-model-canvas-perspectives)

 

วันที่ 2 – วิจัยตลาด

ศึกษาตลาดให้ดีก่อนเลยว่าหากเรานำสินค้าหรือบริการลงไปในตลาดจริงๆ แล้วจะอยู่รอดหรือไม่ ลูกค้าเป็นใคร มีกำลังซื้อมากน้อยขนาดไหน มีคู่แข่งเป็นใครบ้าง และผลิตภัณฑ์ของเราจะเป็นอย่างไรหากต้องมีการเปรียบเทียบกับคู่แข่ง รวมไปถึงกฎระเบียบต่างๆ ของรัฐบาลเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการของเราว่ามีข้อห้าม หรือข้อจำกัดอย่างไรที่ไม่สามารถทำได้บ้าง ทั้งหมดนี้จะต้องถูกวิจัยออกมาในเชิงปริมาณและวัดผลได้จริง ก่อนที่จะนำไปวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้เมื่อสินค้าของเราลงตลาดไปแล้ว รวมไปถึงวิเคราะห์ในเชิงลึกว่าทำอย่างไรจึงจะได้เปรียบคู่แข่งและดึงส่วนแบ่งทางการตลาดมาให้ได้อีกด้วย ซึ่งสำหรับธุรกิจที่มีความซับซ้อน และคู่แข่งจำนวนมาก ก็แน่นอนเลยว่าการที่จะหาข้อมูลการตลาดทั้งหมดนี้ภายในหนึ่งวันก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ดังนั้นหากมีความจำเป็นจริงๆ ก็ควรขยายเวลาในส่วนนี้ออกไปเพื่อให้ได้ข้อมูลการวิจัยที่มีคุณภาพและเป็นประโยชน์สำหรับธุรกิจในอนาคต

(ศึกษาการวิจัยการตลาดเพิ่มได้ที่บทความ "วิธีทำการวิจัยทางการตลาดขั้นพื้นฐาน- http://incquity.com/articles/market-research-2-steps") 

 

วันที่ 3 – สร้างเอกลักษณ์แบรนด์

ชื่อและโลโก้ที่ดูเป็นมืออาชีพคืออีกส่วนที่สำคัญในการสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้ดูดีก่อนที่จะเปิดตัวสินค้าจริงๆ เสียอีก ซึ่งหากยังไม่มีไอเดียหรือไม่มีความเชี่ยวชาญทางด้านการออกแบบก็อาจใช้บริการจากบริษัทออกแบบโลโก้ หรือถ้าอยากประหยัดกว่านั้นก็สามารถใช้เครื่องมือออกแบบโลโก้ออนไลน์อย่าง LogoMaker ที่เครื่องมือการออกแบบโลโก้แบบง่ายที่เราสามารถสร้างสรรค์ผลงานออกมาได้เองโดยที่ไม่ต้องมีความรู้เรื่องการออกแบบแต่อย่างใด ซึ่งหลังจากออกแบบโลโก้เสร็จเรียบร้อยแล้วก็อย่าลืมเผื่อขนาดให้หลากหลายด้วย หากโลโก้ที่เตรียมไว้เล็กเกินไปเมื่อนำไปขยายขึ้นโปสเตอร์ขนาดใหญ่หรือพื้นที่ต่างๆ ก็อาจทำให้ภาพแตกได้ และควรทดสอบโลโก้บนพื้นหลังต่างๆ เช่น พื้นหลังเว็บไซต์ว่ามีลักษณะเป็นเช่นไร ก่อนที่จะตัดสินใจนำไปใช้จริง ตาม Social Media, เว็บไซต์ หรือแหล่งอื่นๆ

 

วันที่ 4 – จัดตั้งบริษัท

ในส่วนนี้สิ่งที่เราต้องทำก็คือการจดทะเบียนบริษัท จดลิขสิทธิ์ของผลิตภัณฑ์ ทำสัญญาคู่ค้าระหว่างบริษัท และอื่นๆ อีกมากมายที่เกี่ยวข้องกับด้านกฎหมาย ซึ่งคนส่วนใหญ่มักเลือกทางลัดเพื่อความรวดเร็วและเพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีอะไรที่ผิดกฎหมายแต่ก็ต้องแลกมาด้วยค่าใช้จ่ายที่สูงมาก ซึ่งในความเป็นจริงแล้วในส่วนการจดทะเบียนต่างๆ นี้นั้นสามารถทำได้ด้วยตัวเองแบบไม่ยาก บางอย่างก็มีให้บริการจดทะเบียนออนไลน์ได้แล้ว เพียงแต่ต้องใช้เวลาสักหน่อย หากไม่ได้เร่งรีบมากนักก็ใช้เวลาศึกษาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตแล้วดำเนินการด้วยตัวเองก็น่าจะประหยัดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ไปได้เยอะเลย

 

วันที่ 5 – จัดเตรียมสิ่งต่างๆ

เมือมาถึงจุดที่จากไอเดียกลายมาเป็นบริษัทขึ้นมาแล้ว หากคิดว่าทำงานคนเดียวอาจกลายเป็นเรื่องหนักเกินไปก็ลองหาตัวช่วยดู อย่าง Ostermiller เจ้าของ Altitude Digital นั้นในช่วงแรกของธุรกิจเขานั้น เขาได้รับเด็กฝึกงานที่เพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัยใหม่ๆ 2 คน ที่พร้อมเข้ามาช่วยงานโดยไม่รับค่าจ้างมาจากเว็บไซต์ของ Craigslist โดยเมื่อรับเด็กทั้งคู่มาแล้วนั้นเขาก็รีบจัดแจงหน้าที่ให้คนหนึ่งเป็นพนักงานขาย และอีกคนหนึ่งดูแลกระบวนการต่างๆ ในบริษัท ซึ่งมีเงื่อนไขสัญญาว่าจะจ้างพวกเขาแบบเต็มเวลาเมื่อผ่านไป 90 วันและไม่มีปัญหาอะไร

ส่วนในตอนเริ่มต้นที่ยังไม่มี Office นั้น Ostermiller ก็ให้เด็กฝึกงานของเขาเริ่มหาที่ทำงานตามร้านกาแฟ โดยที่ตัวเขาเองก็ทำงานจากโต๊ะในห้องครัวขนาดเล็กเช่นกัน ส่วน Fish เจ้าของ Integra Staffing & Search and Bankston Partners ก็เริ่มต้นธุรกิจจากห้องใต้ดินในบ้านโดยอาศัยความช่วยเหลือจากเด็กฝึกงาน 2 คนเช่นกัน ทั้งหมดนี้มีจุดประสงค์เพื่อลดต้นทุนธุรกิจให้ได้มากที่สุดในช่วงแรก เพื่อนำเงินไปลงทุนกับอย่างอื่นที่สำคัญต่อการดำเนินธุรกิจมากกว่า

 

วันที่ 6 – เริ่มการขาย

กำไรย่อมได้มาจากการขาย  ถ้าไม่เริ่มต้นขาย ธุรกิจก็คงเดินหน้าต่อไม่ได้ ซึ่งผู้ประกอบการหลายๆ คนมักเลือกที่จะเริ่มต้นหาลูกค้าและเตรียมการขายก่อนที่ธุรกิจจะเปิดเต็มตัวเสียอีก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเป็นการป้องกันตัวเองจากการขาดทุน การเตรียม Prototype หรือสินค้าจริงเพียงไม่กี่ชิ้นในช่วงเริ่มต้น เพื่อสาธิตถึงคุณสมบัติและประโยชน์ต่างๆ ที่ลูกค้าจะได้รับ เพื่อดูกระแสตอบรับและความต้องการของลูกค้าก่อนที่จะผลิตจริงเมื่อลูกค้าให้ความสนใจและมียอดสั่งเข้ามา ซึ่งในช่วงแรกอาจจะเหนื่อยหน่อยในการหาลูกค้าที่สนใจในปริมาณมากๆ แต่เชื่อเถอะว่าหากลูกค้าพอใจในสินค้าและการบริการของเราแล้ว ลูกค้าที่เราหาในช่วงแรกนี้ก็จะอยู่กับเราไปอีกนานเลย โดยในการหาลูกค้านั้นก็อย่าลืมที่จะผูกสัมพันธ์เพื่อสร้างเครือข่ายลูกค้าไปถึงลูกค้ารายต่อๆ ไปด้วย

 

วันที่ 7 –โฆษณา  

สร้างกระแสบอกต่อเพื่อขายสินค้าควรถูกจัดลำดับความสำคัญเป็นอันดับแรกเมื่อคิดถึงการทำโฆษณา ในยุคนี้เรามีทาเลือกในการโฆษณามากมายทั้งผ่านทาง Social Media, Youtube, เว็บไซต์, Blog หรือช่องทางต่างๆ อีกมากมาย โดยที่ไม่ต้องเข้าไปพึ่งพาสื่อหลักอย่างโทรทัศน์หรือวิทยุที่มีราคาแพงอีกต่อไป เพราะลำพังเพียงการสร้างกระแสจาก Social Network นั้นบางทียังแพร่กระจายไปได้รวดเร็วกว่าสื่ออื่นๆ เสียอีก ตัวอย่าง แบรนด์ที่เริ่มสร้างชื่ออีกครั้งอย่างไอศกรีม Magnum ที่เริ่มต้นสร้างกระแสผ่านทาง Instragram ของดารา เป็นต้น ซึ่งหากไม่มีความเชี่ยวชาญทางด้านนี้ก็อาจหาบริษัทเอเจนซี่ที่ทำการตลาดทางด้านนี้เลยก็ได้ เพราะส่วนมากจะให้บริการแบบครบวงจรตั้งแต่ทำวิดีโอจนไปถึงเผยแพร่ให้เลย

 

วันที่ 8 – สร้างภาพลักษณ์บริษัท

แน่นอนบริษัทที่เปิดใหม่ย่อมได้รับความน่าเชื่อถือที่น้อยกว่าหากเทียบกับบริษัทเก่าแก่ แต่ทว่าหากเราพยายามสร้างภาพลักษณ์ขององค์กรให้มีความทัดเทียมกับบริษัทชั้นนำแล้วก็น่าจะเรียกความน่าเชื่อถือกลับคืนมาได้ไม่ยาก ภาพลักษณ์ขององค์กรนั้นเกิดจากหลายๆ ปัจจัยเข้ามาประกอบกัน หากมีส่วนใดส่วนหนึ่งแย่ก็คงยากที่จะสร้างภาพลักษณ์ที่ดีได้ เพราะภาพลักษณ์นั้นต้องเริ่มตั้งแต่เราและพนักงานในองค์กรนั้นควรจะมีบุคลิกที่ดี ทั้งการพูด เดิน ยืน หรือท่าทางต่างๆ แสดงออกถึงเป็นมืออาชีพ ทั้งชื่อ Email ของบริษัทที่อาจจะมีการแยกเป็นแผนกต่างๆ (PR@...,Marketing@...,HR@...) เพื่อแสดงให้เห็นว่าองค์กรของเรามีการทำงานอย่างเป็นระบบได้อีกด้วย และยังมีอีกหลายๆ องค์กรที่เริ่มต้นลงทุนสร้างภาพลักษณ์องค์กรโดยการจ้างพนักงานต้อนรับและ Callcenter มาเป็นอันดับแรกเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทก็ได้เช่นกัน

 

วันที่ 9 – คุมธุรกิจในอยู่ในแผน

ในช่วงแรกของธุรกิจงานจะหนักมากเป็นเรื่องธรรมดา ซึ่งปริมาณงานที่หนักในแต่ละวันนั้นก็เปรียบเสมือนสัญญาณว่าธุรกิจของเรากำลังไปได้ด้วยดี เพราะนั่นหมายความว่าเรายังมีลูกค้าให้บริการ มีสิ่งต่างๆ ที่ต้องจัดการ โดยสิ่งที่ต้องใช้ต่อมาในช่วงนี้ก็คือวินัยและสติในการดำเนินธุรกิจ คอยสังเกตกระบวนการต่างๆ ว่าทุกอย่างยังเป็นตามแผน และใกล้เคียงเป้าหมายของธุรกิจมากขึ้นกว่าเดิมหรือไม่ หากมีอะไรผิดพลาดไปก็ควรรีบหาสาเหตุและหนทางในการแก้ไขเพื่อให้ทุกอย่างยังคงดำเนินไปตามแผนเหมือนเดิม หรือหากแผนที่เคยวางไว้นี่ล่ะที่ตัวการที่ทำให้ทุกอย่างผิดพลาดก็ควรที่จะตั้งสติและหาแนวทางอื่นต่อไป พร้อมทั้งกับเตรียมวางแผนใหม่ให้รับมือกับความต้องการลูกค้าให้ได้มากขึ้น และที่สำคัญต้องอย่าลืมให้ความสำคัญกับกระแสเงินสดในธุรกิจมาเป็นอันดับแรกด้วย

 

วันที่ 10 – Party Time!

เมื่อถึงจุดที่ธุรกิจพอจะอยู่ตัวแล้ว ก็ถึงเวลาจัด Party ที่จะชวนบรรดา Vendor, ลูกค้า, เพื่อนฝูง, ครอบครัว และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับชีวิตในด้านต่างๆ มาร่วมฉลองกับธุรกิจของเราในวันนี้ ทั้งนี้ไม่ใช่แค่เพียงเพื่อความบันเทิงเท่านั้น แต่ยังช่วยให้เราได้สนิทกับกลุ่มคนที่มีส่วนร่วมกับธุรกิจของเรามากขึ้น รู้จักผู้คนมากขึ้น และสามารถหาเครือข่ายธุรกิจจากคนในงานได้อีกด้วย ซึ่งนอกจากนี้การจัด Party นั้น อยากจะให้เป็นเวลาพักผ่อนหลังจากที่หักโหมมาอย่างหนักในช่วงเริ่มต้นธุรกิจ ได้ใช้เวลาคิดทบทวนสิ่งที่ทำมา พร้อมทั้งวางแผนชีวิต Work-Life Balance ให้เหมาะสมกันด้วย เพื่อที่จะดำเนินธุรกิจในวันต่อๆ ไปได้อย่างมีความสุขกันครับ

 

ข้อมูลจาก : http://incquity.com/articles/start-your-business-ten-days

 


 CKA รับจดทะเบียนบริษัท / หจก. จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า จดเลิกบริษัท ขอใบอนุญาตทำงานและต่อวีซ่าชาวต่างชาติ โดยทีมงานมืออาชีพ 

 

จดทะเบียนธุรกิจ

บริษัท ซี.เค.เอ.การบัญชีและกฎหมาย จำกัด (CKA Accounting and Law Co.,Ltd.)เป็นผู้เชี่ยวชาญในการจดทะเบียนธุรกิจ ด้วยประสบการณ์การทำงานในการจดทะเบียนธุรกิจที่ยาวนานกว่า 20ปี ทำให้ทีมงาน  CKAเป็นทีมงานมืออาชีพที่มีความรู้และมีความชำนาญในการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจำกัด/ห้างหุ้นส่วนจำกัด จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า จดทะเบียนแปรสภาพจากห้างหุ้นส่วนจำกัดเป็นบริษัทจำกัด จดทะเบียนเลิกบริษัท / ห้างหุ้นส่วน / กิจการ พร้อมปิดงบและชำระบัญชี ขอใบอนุญาตนำเที่ยว ขอบัตรผู้จัดการกรมศุลกากร และจดทะเบียนพาณิชย์ เป็นต้น

ด้วยระบบการทำงานที่รวดเร็วถูกต้องและเป็นมาตรฐาน ดำเนินงานตามกฎระเบียบข้อกฎหมายและรักษาความลับของลูกค้า บริการท่านด้วยอัตราค่าบริการที่สมเหตุสมผล ทำให้  CKAเป็นที่ยอมรับของลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ บริษัท ห้างหุ้นส่วน กิจการ ร้านค้าและหน่วยงานราชการด้วยดีเสมอมาตลอดระยะเวลา 20 ปี  

 

จดทะเบียนธุรกิจ จดทะเบียนบริษัท รับจดทะเบียนบริษัท ทั่วไทย  ราคา 2,990 บาท  รับจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัด จดทะเบียนห้างหุ้นส่วน จดห้าง จดทะเบียนห้าง ราคา 2,480 บาท จดทะเบียนเลิกบริษัท จดทะเบียนเลิก รับจดเลิกบริษัท รับจดทะเบียนเลิกบริษัท รับจดทะเบียนเลิกห้างหุ้นส่วน 4,480 บาท  จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า จดเครื่องหมายการค้า รับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ราคา 2,990 บาท  จดทะเบียนพาณิชย์ รับจดทะเบียนร้านค้า ราคา 2,480 บาทโดยทีมงานมืออาชีพที่มีประสบการณ์การทำงานโดยตรงมากกว่า 10 ปี

 

ถาม-ตอบ ทุกปัญหาด้านจดทะเบียนธุรกิจ / ขอใบอนุญาตทำงาน / ต่อวีซ่า 

สนทนาสดผ่านทาง    LINE    และ FACEBOOK CKA  ได้แล้ววันนี้

ท่านสามารถรับรู้ข่าวสาร การupdate ส่วนลดบริการด้านต่างๆ

พร้อมโปรโมชั่นอื่นๆอีกมากมาย

 

 

ถาม-ตอบ ทุกปัญหาด้านจดทะเบียนธุรกิจ / ขอใบอนุญาตทำงาน / ต่อวีซ่า  บริษัท ซี.เค.เอ.การบัญชีและกฎหมาย จำกัด (CKA Accounting and Law Co.,Ltd.)เป็นผู้เชี่ยวชาญในการจดทะเบียนธุรกิจ ด้วยประสบการณ์การทำงานในการจดทะเบียนธุรกิจที่ยาวนานกว่า 20ปี  ถาม-ตอบ ทุกปัญหาด้านจดทะเบียนธุรกิจ / ขอใบอนุญาตทำงาน / ต่อวีซ่า

 

JDP Audit | CKA Work Permit / VISA